
การเสนอขายสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า เป็นหน้าที่หลักของทีมขายทุกคน แต่จะปิดการขายได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับทั้งตัวสินค้าบริการ และเทคนิคการขายของแต่ละคน ซึ่งแทบทุกองค์กรจะต้องมีการวัดผลการทำงานของทีมขาย หรือที่เรียกว่า KPI (Key Performance Indicator) เครื่องมือยอดนิยมที่ช่วยวัดผลการดำเนินงานออกมาเป็นข้อมูลเชิงปริมาณตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ และหนึ่งใน KPI ที่สำคัญไม่แพ้ยอดขาย ก็คือ Win Rate Loss Rate ตัวชี้วัดที่หลายองค์กรอาจยังไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร
สำหรับทีมขาย KPI ที่มักถูกใช้วัดผลกันอยู่แล้วคือ “ยอดขาย” หรือมูลค่าการขายที่ปิดได้ เพราะเป็นตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับลักษณะงานขายมากที่สุด แต่จริงๆ แล้วยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนคุณภาพงานขายได้ชัดเจนไม่แพ้กัน นั่นคือ Win Rate Loss Rate หรือค่าความสำเร็จในการปิดการขาย
Win Rate Loss Rate แปลตรงตัวคืออัตราการชนะ/แพ้ แต่ในบริบทงานขาย หมายถึงค่าความสำเร็จในการปิดการขาย ซึ่งมักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ เช่น เมื่อเสนอขายสินค้าให้ลูกค้าทั้งหมด 100 ราย และปิดยอดขายได้ 75 ราย อัตรา Win จะเท่ากับ 75% ส่วนอัตรา Loss จะอยู่ที่ 25%
นอกจากตัวเลข Win/Loss ที่สะท้อนประสิทธิภาพการขายโดยรวมแล้ว Win Rate Loss Rate ยังช่วยสะท้อนปัญหาเชิงลึกของทีมขายได้อีกหลายมิติ:
ปัจจุบันมีเครื่องมือช่วยจัดการงานขายมากมาย หนึ่งใน Tool ที่ได้รับความนิยมคือ ระบบ CRM อย่างเช่น JUBILI ซึ่งช่วยจัดการงานหลังบ้านของทีมขายได้ครบวงจร ทั้งการติดตามงานประจำวัน การบันทึกกิจกรรมการขาย การจัดเก็บฐานข้อมูลลูกค้า และการออกใบเสนอราคา ที่สำคัญคือระบบเหล่านี้ยังช่วยออกรายงานด้านการขาย รวมถึงคำนวณ Win Rate Loss Rate ให้อัตโนมัติ โดยที่ทีมขายไม่ต้องเสียเวลามานั่งคำนวณเอง
หากธุรกิจต้องการวัดผลประสิทธิภาพของทีมขาย ควรจะนำเครื่องมือเหล่านี้เข้ามาช่วยให้การทำงานของธุรกิจ เพราะจะทำให้ผู้บริหารหรือผู้จัดการ สามารถมองเห็นตัวเลขจริงได้ทันที ประหยัดเวลา แต่ได้ประสิทธิภาพในการวัดผล Win Rate Loss Rate ที่มากกว่าเดิม
