Sales Funnel: เคล็ดลับการขายสำหรับธุรกิจ B2B ให้ได้ผลสูงสุด

ถ้าพูดถึง “Sales Funnel” หลายคนอาจจะทำหน้างงเหมือนเพิ่งเปิดสูตรทำอาหารแล้วเจอวัตถุดิบที่ไม่รู้จักมาก่อน บางคนอาจสงสัยว่าเอ๊ะ… นี่คืออะไร? ต้องใช้กับอะไร? และทำไมธุรกิจต้องสนใจมัน? 

ไม่ต้องห่วง! วันนี้เราจะมาเสิร์ฟ Sales Funnel ให้คุณเข้าใจง่าย ๆ ย่อยง่ายพอ ๆ กับข้าวไข่เจียว แต่มีประโยชน์ต่อธุรกิจ B2B มากกว่าที่คิด! และไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นภาษาวิชาการจ๋าจนต้องพกพจนานุกรมมาอ่าน มาครับ ล้อมวงเข้ามา! 

Sales Funnel คืออะไร?

ก่อนอื่นเลย ขอให้ทุกคนลองจินตนาการถึงกรวย (ใช่แล้ว กรวยธรรมดานี่แหละ) ด้านบนกว้าง ด้านล่างแคบ นั่นล่ะคือ Sales Funnel! มันเป็นกระบวนการที่ว่าที่ลูกค้าของคุณต้องผ่านจากจุดเริ่มต้นที่แค่สนใจ จนกลายมาเป็นลูกค้าจริง ๆ ที่ควักเงินจ่ายให้คุณ 

พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นสินค้าคุณจะซื้อมันทันที พวกเขาต้องผ่านขั้นตอนบางอย่าง คล้าย ๆ กับเวลาคุณเจอร้านอาหารใหม่ในโซเชียล มีทั้งคนที่แค่กดไลก์ คนที่มานั่งอ่านรีวิว และสุดท้ายคนที่เดินเข้าไปสั่งอาหารจริง ๆ 

Sales Funnel ก็เหมือนกัน แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ: 

  • ToFu (Top of the Funnel) – คนยังไม่รู้จักคุณเลย ต้องทำให้พวกเขาสนใจ 
  • MoFu (Middle of the Funnel) – คนเริ่มสนใจแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจ ต้องให้ข้อมูลเพิ่ม 
  • BoFu (Bottom of the Funnel) – คนที่พร้อมซื้อแล้ว ต้องปิดการขายให้ได้! 

ทีนี้ มาดูรายละเอียดแต่ละขั้นกัน

ToFu (Top of the Funnel): ดึงดูดความสนใจ

ToFu หรือ Top of the Funnel เป็นด่านแรกสุดที่คนแปลกหน้าเริ่มรู้จักคุณ อาจจะผ่าน Facebook, Google หรือเพื่อนแชร์มาให้ดู ขั้นนี้เป้าหมายคือ สร้างการรับรู้ (Awareness) 

กลยุทธ์ที่ใช้ใน ToFu: 

  • บทความให้ความรู้ เช่น “5 เทคนิคเพิ่มยอดขายด้วย Sales Funnel” 
  • วิดีโอรีวิวสินค้าหรือบริการ (แบบไม่ Hard Sell) 
  • อินโฟกราฟิกอธิบายปัญหา ที่สินค้าของคุณช่วยแก้ได้ 
  • โฆษณาบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook, Google Ads เพื่อให้คนเห็นแบรนด์คุณ 
  • SEO Content เน้นให้คนค้นหาเจอจาก Google 

คนที่อยู่ในขั้น ToFu ยังไม่ได้คิดจะซื้อ พวกเขาแค่หาข้อมูลหรือสนใจอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้อง คุณต้องทำให้พวกเขาจำแบรนด์คุณได้ก่อน! 
 
เป้าหมาย: 

  • สร้างการรับรู้ (Awareness) และให้ว่าที่ลูกค้ารู้จักธุรกิจของคุณ 
  • กระตุ้นความสนใจในปัญหาหรือโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสินค้า/บริการของคุณ 
  • ดึงดูดคนที่มีแนวโน้มเป็นลูกค้า แต่ยังไม่รู้จักคุณ 

ในโลกของ B2B Sales ToFu เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาหาข้อมูลและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ดังนั้น คุณต้องทำให้พวกเขารู้จักและสนใจธุรกิจของคุณก่อนที่จะเริ่มกระบวนการขาย 

กลยุทธ์ ToFu ที่ได้ผลในงานขาย B2B

1. การตลาดเชิงให้ความรู้ (Educational Marketing) 

  • บทความบล็อก เช่น “5 เทรนด์การขาย B2B ที่คุณต้องรู้ในปี 2024” 
  • อินโฟกราฟิก แสดง Pain Points ของอุตสาหกรรม 
  • วิดีโอให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาที่กลุ่มเป้าหมายพบเจอ 

2. การทำ SEO เพื่อให้ลูกค้าเจอคุณง่ายขึ้น 

  • เขียนคอนเทนต์ที่ตอบคำถามของลูกค้า เช่น 
  • “วิธีเลือก CRM ที่เหมาะกับธุรกิจ B2B” 
  • “ทำไมทีมขายของคุณต้องใช้ Sales Automation?” 
  • ใช้ Keyword ที่ลูกค้า B2B ค้นหาบ่อย ๆ เพื่อให้ติดอันดับใน Google 

3. การใช้ Social Media ดึงดูดว่าที่ลูกค้า 

  • แชร์บทความให้ความรู้บน LinkedIn, Facebook, Blockdit 
  • โพสต์เคสตัวอย่างที่ช่วยให้ลูกค้า B2B เข้าใจว่าธุรกิจของคุณแก้ปัญหาอะไรได้ 
  • ใช้โฆษณาแบบ Awareness เช่น Facebook Lead Ads หรือ LinkedIn Sponsored Content 

4. การใช้ E-book หรือ Whitepaper ในการดึง Lead 

  • แจกเอกสารให้ความรู้ เช่น “คู่มือสร้าง Sales Pipeline ให้มีประสิทธิภาพ” 
  • แลกเปลี่ยนกับอีเมลหรือข้อมูลติดต่อ เพื่อสร้างฐานลูกค้าเป้าหมาย 

5. การจัด Webinar หรือสัมมนาออนไลน์ 

  • หัวข้อที่น่าสนใจ เช่น “วิธีเพิ่มยอดขาย B2B ด้วย Data-Driven Selling” 
  • ช่วยให้ว่าที่ลูกค้าเข้าใจปัญหาและเห็นโซลูชันที่คุณมี 

 

ในขั้นตอนนี้ ระบบ CRM จะช่วยเก็บข้อมูลลูกค้าเบื้องต้น เช่น ข้อมูลการติดต่อและความสนใจของลูกค้า ผ่านฟอร์มต่างๆ หรือกิจกรรมที่ลูกค้าทำในช่องทางต่างๆ การเก็บข้อมูลนี้ช่วยให้คุณสามารถทำการติดตามและส่งข้อมูลที่มีคุณค่าต่อไปได้ ทำให้สามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้าก่อนที่จะเริ่มการติดต่อในขั้นตอนถัดไป

MoFu (Middle of the Funnel): อุ่นเครื่องให้ลูกค้า

โอเค! สมมุติว่าคนที่ผ่าน ToFu มาเริ่มสนใจคุณแล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นพร้อมจ่ายเงิน คนเหล่านี้อยู่ในขั้น MoFu (Middle of the Funnel) 

ในโลกของร้านอาหาร นี่คือช่วงที่ลูกค้าเดินเข้ามานั่งในร้าน ดูเมนู แต่ยังลังเลว่าจะสั่งอะไรดี คุณต้องโน้มน้าวเขา! 

กลยุทธ์ที่ใช้ใน MoFu: 

  • Case Study หรือรีวิวจากลูกค้าจริง เพื่อเพิ่มความมั่นใจ 
  • eBook หรือ Whitepaper ให้โหลด (แลกกับอีเมล!) 
  • Webinar หรือสัมมนาออนไลน์ ให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า/บริการของคุณ 
  • อีเมลมาร์เก็ตติ้ง เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมและตอบคำถามที่ลูกค้าอาจมี 
  • การสร้างคอมมิวนิตี้หรือกลุ่มปิด เช่น Facebook Group เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ 

เป้าหมายของ MoFu คือทำให้คนเชื่อมั่นว่าแบรนด์คุณคือคำตอบที่ใช่สำหรับพวกเขา! 

เป้าหมาย: 

  • ให้ข้อมูลที่ลึกขึ้นเกี่ยวกับสินค้า/บริการ 
  • ตอบคำถามและข้อกังวลของว่าที่ลูกค้า 
  • ดึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเข้าสู่กระบวนการขาย 

ในขั้น MoFu ลูกค้ามีความสนใจในโซลูชันของคุณแล้ว แต่ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ นี่คือโอกาสที่คุณต้องให้ความรู้และสร้างความมั่นใจให้พวกเขา 

กลยุทธ์ MoFu ที่ได้ผลในงานขาย B2B

1. Case Study และ Success Story 

  • แชร์เรื่องราวความสำเร็จของลูกค้าที่เคยใช้สินค้า/บริการของคุณ 
  • เช่น “บริษัท A เพิ่มยอดขาย 30% ใน 6 เดือนด้วย JUBILI CRM” 

2. Product Demo หรือ Free Trial 

  • เสนอการทดลองใช้งานฟรี หรือสาธิตการใช้งานให้ดู 
  • เช่น “ทดลองใช้ JUBILI CRM ฟรี 14 วัน – ไม่มีข้อผูกมัด” 

3. Webinar ที่ลงลึกเกี่ยวกับโซลูชันของคุณ 

  • เช่น “วิธีใช้ CRM เพื่อลดเวลา Follow-up และปิดการขายเร็วขึ้น” 

4. Email Nurturing – ส่งคอนเทนต์ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 

  • เช่น “5 เหตุผลที่บริษัท B2B เลือก JUBILI CRM แทน Excel” 

5. FAQ & Comparison Guide 

  • ทำเอกสารเปรียบเทียบจุดแข็งของสินค้า/บริการของคุณกับคู่แข่ง 
  • เช่น “JUBILI CRM vs Excel – อะไรดีกว่าสำหรับทีมขายของคุณ?” 

เมื่อเข้าสู่ MOFU ระบบ CRM จะช่วยให้คุณเก็บข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้า เช่น การเปิดอีเมล คลิกที่ลิงก์ หรือการเยี่ยมชมเว็บไซต์ โดยสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการวิเคราะห์และทำการติดต่อเพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์มากขึ้น เช่น คอนเทนต์ที่ตรงตามความสนใจของลูกค้า เพื่อดึงดูดให้พวกเขาเดินหน้าต่อในกระบวนการซื้อ

BoFu (Bottom of the Funnel): ปิดการขายให้ได้!

สุดท้ายก็มาถึง BoFu (Bottom of the Funnel) คนกลุ่มนี้คือว่าที่ลูกค้าที่พร้อมจะซื้อแล้ว! 

ถ้าเปรียบเป็นร้านอาหาร นี่คือคนที่ดูเมนูเสร็จ เรียกพนักงานมาแล้วพร้อมสั่งอาหาร! ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือทำให้พวกเขาตัดสินใจง่ายขึ้น และลดความลังเล 

กลยุทธ์ที่ใช้ใน BoFu: 

  • โปรโมชั่นพิเศษ เช่น ส่วนลดหรือของแถม 
  • Free Trial หรือให้ทดลองใช้ก่อน เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสสินค้าจริง 
  • Demo Call หรือปรึกษากับทีมขาย เพื่อแก้ไขข้อสงสัยสุดท้าย 
  • Social Proof เช่น คำรีวิวจากลูกค้า ที่ใช้แล้วได้ผลจริง 
  • การรับประกันสินค้า/บริการ เพื่อลดความกังวลของลูกค้า 

อย่าลืมว่า ถึงจะพร้อมซื้อ แต่ลูกค้าก็ยังต้องการแรงจูงใจสุดท้าย ถ้ามีข้อเสนอที่น่าสนใจ ก็สามารถทำให้พวกเขาตัดสินใจได้ง่ายขึ้น! 

เป้าหมาย: 

  • กระตุ้นให้ว่าที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อ 
  • ลดข้อกังวลและอุปสรรคในการปิดดีล 
  • ส่งเสริมให้เกิด Conversion และเซ็นสัญญา 

เมื่อลูกค้าเข้าถึง BoFu แสดงว่าพวกเขากำลังพิจารณาจะซื้อแล้ว แต่ต้องการ “เหตุผลสุดท้าย” เพื่อมั่นใจว่าสินค้า/บริการของคุณคือทางเลือกที่ดีที่สุด 

กลยุทธ์ BoFu ที่ได้ผลในงานขาย B2B

1. Free Consultation – ให้คำปรึกษาแบบเฉพาะเจาะจง 

  • ให้ทีมขายพูดคุยกับลูกค้าแบบ 1:1 เพื่อช่วยวางแผนการใช้งาน 
  • เช่น “ปรึกษาฟรี! วางระบบ CRM ให้เหมาะกับทีมขายของคุณ” 

2. Special Offer – ข้อเสนอพิเศษเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ 

  • เช่น “เซ็นสัญญาใช้ JUBILI CRM วันนี้ รับส่วนลด 15% ทันที!” 

3. Customer Testimonials – รีวิวจากลูกค้าที่ใช้จริง 

  • ใช้วิดีโอหรือรีวิวจากลูกค้าที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรม 
  • เช่น “คุณ B (CEO ของบริษัท X) แชร์ประสบการณ์ใช้ JUBILI CRM แล้วดีขึ้นยังไง” 

4. ROI Calculator – คำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน 

  • เครื่องมือช่วยคำนวณว่าใช้ CRM แล้วคุ้มค่ากับธุรกิจของลูกค้าแค่ไหน 
  • เช่น “ดูว่า CRM จะช่วยเพิ่มกำไรให้ธุรกิจคุณเท่าไหร่ ด้วย ROI Calculator” 

5. Strong Call-to-Action (CTA) 

  • เช่น “เริ่มต้นใช้งานเลย” หรือ “ขอใบเสนอราคา” 

ในขั้นตอนสุดท้าย Bofu ระบบ CRM ช่วยติดตามการตัดสินใจซื้อของลูกค้า เช่น การวางคำสั่งซื้อหรือการติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม โดยสามารถใช้ข้อมูลจากการติดตามพฤติกรรมของลูกค้าในการสร้างข้อเสนอที่ดึงดูดใจและตอบสนองความต้องการเฉพาะของลูกค้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย

โดยรวมแล้ว ระบบ CRM ช่วยให้คุณสามารถเก็บข้อมูลและติดตามการเดินทางของลูกค้าในแต่ละขั้นตอนของ Sales Funnel ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การจัดการและปรับกลยุทธ์ขายมีความเป็นระบบและแม่นยำยิ่งขึ้น. 

ทำ Sales Funnel ให้เวิร์ก ต้องทำอะไรบ้าง?

  1. ดึงดูดคนใหม่ ๆ (ToFu) – ทำคอนเทนต์ที่มีคุณค่า ให้ความรู้ และสร้างการรับรู้ 
  2. โน้มน้าวให้สนใจมากขึ้น (MoFu) – ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นในสินค้า/บริการของคุณ 
  3. ปิดการขายให้ได้ (BoFu) – เสนอข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ และทำให้การซื้อง่ายที่สุด 

สุดท้ายแล้ว Sales Funnel ไม่ได้เป็นแค่ทฤษฎีสวยหรู แต่มันคือแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเปลี่ยนคนแปลกหน้าให้กลายเป็นลูกค้าจริง ๆ ได้! 

หวังว่าหลังจากอ่านบทความนี้ คุณจะไม่มองคำว่า “Sales Funnel” เป็นอะไรที่ซับซ้อนอีกต่อไป และอาจจะเริ่มคิดแล้วว่าคอนเทนต์ของคุณอยู่ตรงไหนใน Funnel นี้! 

พร้อมนำไปใช้หรือยัง? ถ้าพร้อมแล้ว ลุยเลย! ???? 


ระบบ CRM

JUBILI CRMB2B Sales Transformation สนับสนุนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของทีมขาย เพื่อธุรกิจ B2B โดยเฉพาะ

JUBILI CRM มาพร้อม Features การติดตาม และบริหารงานขายอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Sales Forecast การคาดการณ์ยอดขาย หรือการดึง History Data ข้อมูลกิจกรรมงานขายออกมาในรูปแบบของรายงาน Report เพื่อวิเคราะห์วางแผนงานขายต่อไป  สนใจอ่านรายละเอียด และนัด Demo ได้ที่ลิ้งด้านล่างนี้เลยค่ะ


ลงทะเบียนนัด Demo Jubili

Jubili CRM ออกแบบมาเพื่อธุรกิจ B2B โดยเฉพาะ

บริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป จำกัด
เลขที่ 46/7 อาคารรุ่งโรจน์ธนกุล ชั้น 6 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

ติดต่อเรา : 02-026-6857

' กด 1 เพื่อติดต่อฝ่ายขาย
' กด 2 เพื่อติดต่อฝ่าย Customer Support

ติดต่อฝ่ายบุคคลกับบัญชี
02-010-9775-6
ร่วมงานกับเรา
ติดตามคอนเทนต์ที่ช่วยอัปเลเวลการขาย
Copyright 2026 © BUILK ONE GROUP