กลยุทธ์ที่ 1 : ผู้บริหาร ต้องมองเห็นภาพรวมธุรกิจ ด้วย CRM Dashboard
ในระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา องค์กรธุรกิจไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ ต่างปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital ที่นอกจากจะทำให้กระบวนการทำงานง่ายขึ้น สะดวกขึ้นแล้ว มุมมองของผู้บริหารในการมองเห็นภาพรวมธุรกิจ เพื่อวางแผนและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ก็เป็นประเด็นสำคัญของธุรกิจเช่นเดียวกัน
ข้อมูลลูกค้า พฤติกรรมการซื้อ เป้าหมายยอดขาย ประสิทธิภาพของเซลล์ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ สามารถถูกประมวลผลผ่านหน้า Dashboard แสดงผลเป็นกราฟในรูปแบบต่างๆ ด้วยระบบ CRM ทำให้ง่ายต่อการวิเคราะห์มากกว่าดูจากตารางกับตัวเลขแบบในอดีต
กลยุทธ์ที่ 2 : ผู้บริหารทีมขาย ต้องสามารถ Forecast ยอดขายได้แม่นยำและรวดเร็ว
“ การป้องกัน ” ง่ายกว่า “ การแก้ไข ” และดีกว่า “ การแก้ตัว ” อย่างแน่นอนที่สุด
หากผู้บริหารทีมขาย สามารถรู้ตัวได้ก่อนจะถึงสิ้นเดือนหรือสิ้นปี ว่ายอดขายกำลังจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จากข้อมูลตัวเลขในใบเสนอราคาที่ออกไป และโอกาสความสำเร็จที่เซลล์คาดการณ์ ผู้บริหารจะสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขายได้ทัน เช่น การออกโปรโมชั่นใหม่ๆ การกระตุ้นให้ลูกค้าเก่าสั่งซื้อซ้ำ การเสนอเงื่อนไขพิเศษๆแก่ลูกค้าที่ใกล้จะตัดสินใจ
กลยุทธ์ที่ 3 : ฝ่ายพัฒนาสินค้าหรือบริการ ต้องทำงานให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าและสถานการณ์ตลาด
“ของดี” ยังไงก็ขายง่าย ในทางกลับกัน “ ของที่ไม่ดี” ต่อให้มียอดนักขาย หรือยอดนักการตลาด ที่เก่งกาจเพียงใด ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้
ซึ่งการจะรู้ได้ว่า สินค้าของธุรกิจนั้น ดีเพียงพอมั๊ย ย่อมสามารถรวบรวมข้อมูลได้จาก feedback ของลูกค้า ทั้งจากปากลูกค้าเอง จาก Customer service จากคำบอกเล่าของทีมขาย หรือจาก Social media ต่างๆ แต่ที่สำคัญที่สุด ธุรกิจต้องมีเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล feedback ลูกค้า ที่สามารถเข้าถึงได้สะดวก ประมวลผลลัพธ์ออกมาได้ง่าย ทั้งผู้บริหารและฝ่ายพัฒนาสินค้าหรือบริการ ก็จะสามารถปรับเปลี่ยนและพัฒนา ให้สินค้าออกมา “ดี ” เพื่อสุดท้ายแล้วนั้น โอกาสความสำเร็จของการขายจะยิ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
กลยุทธ์ที่ 4 : ทีมขายหรือเซลล์ มีเครื่องมือสำหรับการบันทึกข้อมูลลูกค้าและรายละเอียดกิจกรรมการขายที่เกิดขึ้น ได้สะดวก รวดเร็ว รวมถึงเรียกออกมาใช้งานได้ง่าย
แน่นอนว่า คนทำอาชีพเซลล์ย่อมต้องมีเนื้องานที่หลากหลายมากมายอยู่แล้ว ทั้งทำความเข้าใจสินค้า ค้นหานัดหมายลูกค้า นำเสนอจุดขาย ออกใบเสนอราคา ต่อรองเจรจา ปิดการขาย ไปจนถึงตามเก็บเงิน ถ้าต้องทำงานทั้งหมดนี้ แล้วบอกให้เซลล์ต้องจดบันทึกทุกๆกิจกรรมที่ทำเป็นลายลักษณ์อักษรอีก ดูจะเป็นการเพิ่มภาระให้แก่เซลล์ มากกว่าการสนับสนุน
ฉะนั้น ระบบ CRM ที่ดี ควรจะมีฟีเจอร์ที่ทำให้การจดบันทึกข้อความเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เช่น Voice Typing ฟีเจอร์พิมพ์ข้อความอัตโนมัติตามสิ่งที่พูด เพียงเท่านี้ ก็จะลดภาระของเซลล์ และธุรกิจก็จะได้ข้อมูลสำคัญในทุกกิจกรรมการขาย เก็บเข้าระบบ CRM อีกด้วย
กลยุทธ์ที่ 5 : ฝ่ายบัญชี ตรวจสอบง่าย โปร่งใสในทุกกิจกรรม
เพราะในทุกการทำงานของเซลล์ ย่อมเกิดค่าใช้จ่าย ซึ่งเกี่ยวพันโดยตรงกับฝ่ายบัญชี โดยเฉพาะค่าน้ำมันและค่าโรงแรม ในหลายๆองค์กรเกิดปัญหาความสงสัย เคลืองแคลงใจในกิจกรรมการเบิกจ่ายของเซลล์ ว่าเป็นไปตามความจริงหรือไม่
ในส่วนนี้ ระบบ CRM สามารถตอบโจทย์ด้วยฟีเจอร์ที่ชื่อว่า “ Sales Check-in ” ให้เซลล์สามารถกดยืนยันสถานที่ที่เดินทางเข้าพบลูกค้า โดยระบบจะคำนวณระยะทาง เพื่อใช้ในการเบิกจ่ายของเซลล์ได้
ทั้งหมดนี้ คือโอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนาทีมขาย แบบ Digital Transformation ด้วยระบบ CRM เพราะยอดขาย ไม่ได้มาจากโชคและความขยัน แต่ต้องการเครื่องมือที่ทันสมัยมาช่วย Support ด้วย
JUBILI CRM – B2B Sales Transformation สนับสนุนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของทีมขาย เพื่อธุรกิจ B2B โดยเฉพาะ
JUBILI CRM มาพร้อม Features การติดตามและบริหารงานขายอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Sales Forecast การคาดการณ์ยอดขาย หรือการดึง History Data ข้อมูลกิจกรรมงานขายออกมาในรูปแบบของรายงาน Report เพื่อวิเคราะห์วางแผนงานขายต่อไป
สนใจอ่านรายละเอียด และนัด Demo ได้ที่ >>> https://shorturl.at/kmtwB