[section]
วันนี้ทาง JUBILI by BUILK ได้มีโอกาสพูดคุย สัมภาษณ์หนึ่งในผู้ใช้งานระบบ CRM จาก JUBILI by BUILK
ดร.วสันต์ อริยพุทธรัตน์ ผู้ก่อตั้ง และ CEO บริษัท คีนน์ จำกัด ( KEEEN ) หนึ่งในบริษัท Startup สาย Biotech ผู้ผลิตและจำหน่ายสารชีวบำบัดภัณฑ์ ถึงจุดกำเนิดและแนวทางการบริหารงานของ KEEEN จนกลายมาเป็นหนึ่งใน BioTech Startup ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
แม้จุดกำเนิดของ KEEEN เกิดจากการนำงานวิจัยของดร.วสันต์ อริยพุทธรัตน์ ขณะที่เรียนอยู่ที่ปริญญาโท คณะสิ่งแวดล้อมมหิดลหลักสูตรอินเตอร์เนชั่นแนล นำมาต่อยอดจาก Paper การวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์สารชีวะบำบัดภัณฑ์ Biotech คุณภาพสูง ด้วยความมุ่งมั่นและยืนยันว่าสิ่งที่ทำต้องออกมาเป็น Commercialize ได้ แต่จากสถานกาณ์ Covid-19 ในปัจจุบันคีนน์ได้มีการจำหน่ายสินค้าประเภทเจลแอลกอฮอล์ และอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ และมียอดจำหน่ายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
คีนน์ ถือเป็น Startup สาย Biotech ที่ถือกำเนิดในยุคที่ประเทศไทยอาจจะเพิ่งเริ่มรู้จักกับคำว่า “Startup” ซึ่งต้องย้อนกลับไปกว่า 19 ปี ดร.วสันต์ อริยพุทธรัตน์ เล่าว่า คีนน์ ถือเป็นโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ในยุคนั้น เพราะตอนนั้นมีการสร้างอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งแรกที่รังสิต นั้นคือ “สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ” โดยตอนแรกทาง ดร.วสันต์ ตั้งใจที่จะจ้างทีมวิจัยของทางสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ แต่เมื่อพูดคุยกันจนเกิดเป็นการวิจัยร่วมพัฒนา กลายเป็นธุรกิจโดยที่มีภาครัฐส่งเสริมพัฒนารูปแบบของ Private & Government collaboration มีทีม R&D พัฒนางานวิจัย หา pain point ว่าตลาดต้องการอะไร แล้วนำงานวิจัยมาศึกษาและเปลี่ยนให้เป็นสิ่งที่จะตอบโจทย์ได้ และเข้าสู่กระบวนการหา platform จนกลายเป็น KEEEN ในปัจจุบัน

KEEEN ไม่ใช่แค่ความบังเอิญ หรือแค่เอางานวิจัยมาทำเล่นๆ ต้องอาศัย passion ในการทำอย่างมาก จนกลายมาเป็น innovation ผ่านการล้มเหลวมาเยอะ จนกว่าจะกลายเป็นสิ่งที่จะประสบความสำเร็จจริงๆ
จากคำว่า กิม ที่แปลว่าทองคำ ซึ่งพ้องเสียงมาจากคำว่า Keen (ความเอาใจใส่) ทาง KEEEN จึงอยากให้มีความเป็น Branding โดยการใช้เป็น EEE จะมีความหมายแฝงอีกนั้นคือ Ecology (ระบบนิเวศ) Environment (สิ่งแวดล้อม) Earth (โลก) และ KEEEN จะเป็นผู้ปกป้องสามสิ่งนี้เพื่อทุกคน
KEEEN มีสินค้าทั้งหมด 5 กลุ่ม
สินค้าต่างๆจาก คีนน์
จากเดิม KEEEN โฟกัสจากกลุ่ม B2B มาก่อน แต่ด้วยการบริหารงานที่ปรับเปลี่ยน มีการเปิดภาพให้ใหญ่ขึ้น มีการขยับลงมาส่วนของ B2C มากขึ้น เพราะปัจจุบันทุกอย่างของคนเราต้องอาศัย Life Science ในชีวิตประจำวัน และคนต้องการสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะหลัง Covid-19

รางวัลมากมายการันตีคุณภาพผลิตภัณฑ์จาก คีนน์
มี เพราะการทำงานเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีปัญหาจากทุกด้าน ทั้งด้านบริหารจัดการการเงิน การจัดการคน ด้านความน่าเชื่อถือของสินค้า ต้องอาศัยความอดทนกว่าจะมาถึงทุกวันนี้
โชคดีที่ KEEEN มีผลิตภัณฑ์ด้าน Life Science สินค้าทั้งหมด 5 กลุ่ม Environment , BioPharma , Hygienic
Food safety Medical safety ล้วนเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ด้านนี้พอดี ทำให้คนรู้จักมากขึ้น ในช่วง Covid-19 มียอดขายโตขึ้นกว่า 3-4 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านั้น
กลุ่ม Hygienic (สินค้าฆ่าเชื้อ) โดยเฉพาะที่มีสารประกอบที่สามารถฆ่าตัว Covid-19 ได้ เช่น ผลิตภัณฑ์ Germ Killer ซึ่งเป็นสินค้าที่จำหน่ายอยู่แล้วกับกลุ่มลูกค้า B2B แต่ปัจจุบันกลุ่ม B2C ที่ต้องการสินค้าคุณภาพก็เริ่มนำไปใช้งานแล้ว
เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก อย่างที่เล่าคือ คนเริ่มตระหนักด้านสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคกลุ่ม B2C เริ่มให้ความสำคัญกับสินค้า Life Science ที่มีคุณภาพเกรดสูงมากขึ้น สินค้าที่จะส่งมอบความ Safety และ Standard ให้ลูกค้าได้จึงเป็นที่ต้องการของตลาดในในช่วง Covid-19 และเชื่อว่าสินค้าด้านสุขภาพอาจจะกลายมาเป็นปัจจัยที่ 5 / 6 ของคนทั่วๆไปเลยก็เป็นได้
เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก อย่างที่เล่าคือ คนเริ่มตระหนักด้านสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคกลุ่ม B2C เริ่มให้ความสำคัญกับสินค้า Life Science ที่มีคุณภาพเกรดสูงมากขึ้น สินค้าที่จะส่งมอบความ Safety และ Standard ให้ลูกค้าได้จึงเป็นที่ต้องการของตลาดในในช่วง Covid-19 และเชื่อว่าสินค้าด้านสุขภาพอาจจะกลายมาเป็นปัจจัยที่ 5 / 6 ของคนทั่วๆไปเลยก็เป็นได้

ปัจจุบัน KEEEN ก็มีการทำการตลาดในต่างประเทศอยู่แล้ว แต่อาจจะยังไม่ใช่ตลาดใหญ่สำหรับ KEEEN แม้ปัจจุบันจะมีตัวแทนจำหน่ายสินค้าอยู่ในประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่น มาเลเซีย ยุโรป เพราะ KEEEN อยากจะโฟกัสที่ตลาดของประเทศไทยเป็นหลักก่อน สร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ จนกลายเป็นสินค้า BioTech ที่เป็นภาพลักษณ์และเป็นตัวแทนของประเทศไทยในตลาดต่างประเทศ
ดร.วสันต์ อริยพุทธรัตน์ฝากไว้ว่า อยากให้ทุกคนคิดถึงภาพที่จะเกิดขึ้นหลัง Covid-19 ว่าเราต้องฝ่าวิกฤตหลัง Covid-19 กันได้อย่างไร ไม่ใช่แค่เจ้าของธุรกิจเท่านั้น คนทั่วไป พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าของกิจการ ต้องคิดให้เยอะ รู้จักวางแผนให้ดี รอบคอบให้มากขึ้น เพราะเชื่อว่าจะมีผลกระทบตามมาอีกมากหลังจาก Covid-19 ครั้งนี้ เพราะจากสถานการณ์นี้ตอนนี้บริษัทใหญ่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเริ่มแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว จนต้องปิดตัวลง เพราะจากประสบการณ์ แม้แต่ Keeen เราเจอวิกฤตแทบจะในทุกกระบวนการ ตั้งแต่เปิดบริษัท แต่เราหาโอกาสในทุกวิกฤตได้เสมอ ดังนั้นเราจึงต้องคิดบวก คอยมองหาโอกาสดีๆภายใต้วิกฤตนั้นให้เจอ แล้วจะประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการนำระบบ crm เพื่อจะเข้าหาลูกค้าได้ในทุกโอกาส

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับการทำความสะอาดต่างๆจาก KEEEN สามารถติดตามได้ตามช่องทางนี้
เว็บไซต์ :: https://keeen.co.th/th/
Facebook :: https://www.facebook.com/KEEEN.Thailand.Bio
Email :: info@keeen.co.th
ปี 2020 วิกฤต Covid-19 น่าจะเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดหนึ่งครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา แม้ทุกธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบไปตามๆกัน แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าธุรกิจด้าน BioTech เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตสวนกระแสสภาพเศรษฐกิจ ตามที่ ดร.วสันต์ อริยพุทธรัตน์ ได้กล่าวไว้คือในทุกวิกฤตมันจะมีโอกาสซ่อนอยู่ขึ้น ซึ่งคุณจะหามันเจอรึเปล่า และพร้อมจะนำโอกาสนั้นมาต่อยอดทางธุรกิจของคุณหรือไม่ ซึ่งคงปฎิเสธไม่ได้ว่าข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ซึ่ง ดร.วสันต์ เป็นหนึ่งในผู้บริหารที่ให้ความสำคัญด้านนี้ด้วยเช่นกัน และเลือก JUBILI by BUILK เป็นหนึ่งใน Solutions บริหารทีมขาย
อยากมีเครื่องมือไว้ช่วยผู้บริหารให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมการทำงานของทีมขาย ให้ข้อมูลเป็นส่วนช่วยองค์กรฝ่าวิกฤตการบริหารทีมขาย มารู้จักกับ JUBILI by BUILK ระบบ CRM บริหารทีมขายสำหรับธุรกิจ B2B

ขอบคุณภาพประกอบจาก :: https://keeen.co.th/th/
[/section]